News‎ > ‎

7/08/12

จทบ.อุตรดิตถ์ระดมพลซ้อมใหญ่ช่วยผู้ประสบภัยทางอากาศ

อุตรดิตถ์ - จังหวัดทหารบกอุตรดิตถ์ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องซ้อมแผนช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติทางอากาศ หลังเมืองลับแลเจอภัยพิบัติใหญ่หลายครั้ง
       
       รายงานข่าวจากจังหวัดอุตรดิตถ์ แจ้งว่า พล.ต.พิเชษ สุขพงศ์พิสิฐ ผู้บังคับการจังหวัดทหารบกอุตรดิตถ์ ได้เป็นประธานในการเปิดอบรมการซักซ้อมแผนช่วยเหลือผู้ประสบภัยทางน้ำ ที่สโมสรนายทหารค่ายพิชัยดาบหัก จทบ.อุตรดิตถ์ ซึ่งมีหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น กำลังพลกองทัพบก, กำลังพลจากหน่วยงานป้องกันและอุบัติภัยจังหวัดฯ, องค์กรส่วนปกครองท้องถิ่น, หน่วยกู้ภัยต่างๆ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในจังหวัดอุตรดิตถ์ ได้ร่วมซักซ้อมการช่วยเหลือผู้ประสบอุบัติภัยพิบัติโดยเฉพาะอุทกภัยและดินโคลนถล่ม ที่เคยเกิดขึ้นในหลายพื้นที่จังหวัดอุตรดิตถ์มาแล้วในปี 2549 และในปี 2554 ที่ส่งผลทำให้มีผู้เสียชีวิตและทรัพย์สินมากมาย
       
       ทั้งนี้ ความรู้ที่จะเป็นเบื้องต้นของการช่วยเหลือด้านอุบัติภัยทางอากาศนั้นเป็นสิ่งจำเป็นของกรณีฉุกเฉินในพื้นที่ที่ฝ่ายช่วยเหลือไม่สามารถเข้าไปช่วยเหลือด้วยวิธีต่างๆ นอกจากยานพาหนะช่วยเหลือทางอากาศ เช่น เฮลิคอปเตอร์ แต่การที่ทางภาคพื้นดินจะส่งสัญญาณขอรับการช่วยเหลือหรือลำเลียงผู้ประสบภัยไปสู่ที่ปลอดภัยนั้นยังไม่มีวิธีการที่ถูกต้องจึงมีการซักซ้อมความพร้อมดังกล่าวขึ้น
       
       พล.ต.พิเชษกล่าวว่า จังหวัดอุตรดิตถ์เคยเกิดอุบัติภัยขึ้นหลายครั้ง โดยเฉพาะการเกิดอุบัติภัยในพื้นที่คับขัน การที่ทางฝ่ายกู้ภัยหรือผู้ที่เข้าไปช่วยเหลือผู้ประสบภัยที่จะมีการปฏิบัติที่ถูกต้องนั้นเราต้องมีความเข้าใจที่ตรงกันและสามารถปฏิบัติการการช่วยเหลือได้ทันท่วงที



ฟิลิปปินส์เจออุทกภัย ยอดตายพุ่ง 51 อพยพเพิ่มเติมนับพั


เอเอฟพี - ยอดผู้เสียชีวิตจากภัยพิบัติอุทกภัยที่เล่นงานฟิลิปปินส์ได้ราว 1 สัปดาห์ เพิ่มขึ้นเป็น 51 คน ขณะที่ฝนยังคงตกลงมาอย่างต่อเนื่อง จนทำให้เขื่อนหลายแห่งเอ่อล้นและต้องอพยพชาวบ้านออกจากพื้นที่เสี่ยงเพิ่มเติม เจ้าหน้าที่เผยในวันจันทร์ (6)
       
       เบนิโต รามอส หัวหน้าหน่วยป้องกันพลเรือนเผยว่ายอดผู้เสียชีวิตเพิ่มขึ้นจากข้อมูลอย่างเป็นทางการก่อนหน้านี้ 45 คน หลังจากพบร่างผู้สูญหายเพิ่มเติม อย่างไรก็ตาม จนถึงตอนนี้ยังมีชาวบ้านอีก 6 รายยังคงสูญหาย ในนั้นมีเด็กอยู่ด้วยหลายคน หลังได้รับแจ้งว่าเด็กน้อยเหล่านี้พากันออกไปเล่นน้ำท่ามกลางสภาพอากาศอันเลวร้ายเมื่อช่วงต้นสัปดาห์ที่แล้วขณะที่พายุไต้ฝุ่นซาวลากำลังพัดขึ้นฝั่งของประเทศ
       
       แม้ว่าฟิลิปปินส์จะรอดพ้นจากการถูกเล่นงานโดยตรง แต่ก็ได้รับผลกระทบจากภาวะฝนตกหนักที่เทกระหน่ำลงมาอย่างต่อเนื่องหล้งจากพายุซาวลาเคลื่อนไปทางทิศเหนือ “เจ้าหน้าที่ต้องอพยพชาวบ้านออกมาเพิ่มเติมในเช้าวันนี้ ระดับน้ำยังคงสูงขึ้นเรื่อยๆ เพราะว่ายังคงมีฝนตกลงมาต่อเนื่อง” รามอสกล่าว
       
       เขื่อนลา เมซา แหล่งกักเก็บน้ำสำรองหลักของเขต เมโทรมะนิลา ซึ่งมีประชากรราว 15 ล้านคน เอ่อล้นในวันจันทร์ (6) จนต้องอพยพชาวบ้านที่พักอาศัยตามเส้นทางน้ำกว่า 1,000 คนออกมา อย่างไรก็ตาม เอดนา คอนดา เจ้าหน้าที่ของสภาการจัดการและลดความเสี่ยงภัยพิบัติแห่งชาติ เผยว่ายังคงมีประชาชนอีกจำนวนมากที่ยังคงอยู่ในพื้นที่เหล่านั้น โดยหลายรายคือพวกบุกรุกป่า สร้างกระท่อมพักอยู่ตามฝั่งแม่น้ำ
       
       “บ่อยครั้งที่พวกเขาไม่ยอมออกมา พวกเขาบอกว่าเคยชินกับน้ำท่วมแล้ว แต่เราก็ไม่ต้องการเสี่ยงใดๆ”
       
       ในเมืองเกซอน มีรายงานว่าหลายพื้นที่ระดับน้ำได้ท่วมสูงถึงชั้น 2 ของอาคาร ทำให้หน่วยงานต่างๆ ของราชการต้องนำเรือยางออกไปช่วยเหลือผู้ประสบภัย ขณะที่ส่วนอื่นๆ ของเมืองหลวง ก็เจอน้ำท่วมสูงระดับหัวเข่าถึงเอว จนทำให้การจราจรหลายจุดติดขัดนานหลายชั่วโมง
       
       ก่อนหน้าที่จะมีรายงานข่าวระดับน้ำเอ่อล้นเขื่อน พบว่ามีประชาชนมากกว่า 9,000 คน เบียดเสียดกันอยู่ตามศูนย์พักพิงชั่วคราวต่างๆ อยู่ก่อนแล้ว ดังนั้นจึงคาดหมายว่าทางการจำเป็นต้องหาศูนย์พักพิงเพิ่มเติมเพื่อรองรับผู้อพยพที่เหลืออีกจำนวนมาก

cc :  http://www.manager.co.th/Around/ViewNews.aspx?NewsID=9550000096631


นาพัทลุงขาดน้ำอย่างหนัก วอนเร่งประกาศพื้นที่ภัยพิบัติ

        ชาวนาเมืองลุงวอนจังหวัดเร่งประกาศเขตพื้นที่ภัยพิบัติแล้ง หลังนาข้าวกว่า 18000 ไร่ขาดน้ำอย่างหนัก ขณะที่องค์การปกครองส่วนท้องถิ่นไม่สามารถช่วยเหลือได้ เนื่องจากมีปัญหาในเรื่องการเบิกจ่ายงบประมาณ ...
วันที่ 7 ส.ค. ผู้สื่อข่าว จ.พัทลุง รายงานว่า ในขณะนี้สถาณการณ์ภัยแล้งในพื้นที่จังหวัดพัทลุงเริ่มขยายวงกว้างเพิ่มขึ้น หลังฝนทิ้งช่วงมานานกว่า 3 เดือน โดยแหล่งน้ำธรรมชาติเริ่มแห้งขอดทำให้เกษตรกรชาวนาในหลายพื้นที่ได้รับความ เดือดร้อนอย่างหนัก บางรายต้องปล่อยทิ้งต้นข้าวให้เฉาตาย ในขณะที่องค์การปกครองส่วนท้องถิ่นในพื้นที่ยังไม่สามารถให้การช่วยเหลือ เกษตรกรได้ เนื่องจากมีปัญหาในเรื่องการเบิกจ่ายงบประมาณ เพราะทางจังหวัดยังไม่ประกาศเป็นเขตพื้นที่ภัยพิบัติ
        นายภูมิพัฒน์ เหมือนจันทร์ ผู้แทนเกษตรกรภาคใต้ กล่าว่า ชาวนาในพื้นที่ ต.ชัยบุรี ต.พญาขัน ต.ลำปำ อ.เมืองพัทลุง ต.พะนางตุง ต.มะกอกเหนือ อ.ควนขนุน จ.พัทลุง ได้รับความเดือดร้อนอย่างหนัก เนื่องจากพื้นที่ปลูกข้าว กว่า 18,0 30 ไร่ กำลังประสบปัญหาขาดน้ำ และแหล่งน้ำตามธรรมชาติ ที่นำมาใช้เพื่อการเกษตรของหมู่บ้านแห้งขอด ส่งผลกระทบต่อเกษตรกร และบางพื้นที่ต้องสลับกันสูบน้ำเข้านา เพื่อประคองให้ต้นข้าวที่กำลังงอกรวงสามารถยืนต้นฝ่าวิกฤติภัยแล้งไปได้

        นาย ภูมิพัฒน์ กล่าวอีกว่า ในเบื้องต้น แม้ทางสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดพัทลุง ได้นำเครื่องสูบน้ำขนาดเว้นผ่าศูนย์กลาง 12 นิ้ว มาช่วยสูบน้ำเข้านา จำนวน 4 เครื่องแล้วก็ตาม แต่ภาระยังตกอยู่ที่เกษตรต้องรวบรวมเงินทุนมาชื้อน้ำมันเชื่อเพลิงสูบน้ำ ทำให้มีค่าใช้จ่ายที่สูงขึ้น ขณะที่เกษตรกรชาวนาท้องที่ หมู่ 2 ตำบลลำปำ อ.เมืองพัทลุง ที่อยู่ปลายน้ำต้องปล่อยทิ้งต้นข้าวที่กำลังตั้งท้องให้เฉาตายคาทุ่งนา เสียหายไปแล้วกว่า 400 ไร่ และหากฝนยังไม่ตกลงมาในช่วงนี้นาข้าวอีกกว่า 2,000 ไร่ จะได้รับความเสีย เพราะไม่มีน้ำไปหล่อเลี้ยงต้นข้าว
        สำหรับสถานการณ์ภัยแล้งของจังหวัดพัทลุงนั้น ขณะนี้มีพื้นที่ครอบคลุม 62 ตำบล 350 หมู่บ้านครอบคลุมทั้ง 11 อำเภอ แม้ว่าในรอบ 4 -5 ปีที่ผ่านสถานการณ์ภัยแล้งในพื้นที่จะไม่รุนแรงนัก แต่ในปีนี้เริ่มทวีความรุนแรงขึ้น และส่งผลกระทบต่อเกษตรกรเป็นอย่างมาก ในขณะที่สวนยาง สวนผลไม้ ก็ได้รับผลกระทบเช่นกัน จนส่งผลให้ปริมาณน้ำยางพาราลดลงเกินกว่าครึ่ง ผลไม้ก็กำลังยืนต้นแห้งตาย อย่างไรก็ตาม ในตอนเย็นวันนี้ (7 ส.ค.) นายวิญญู ทองสกุล ผวจ.พัทลุง และ หน.ส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง ได้ลงพื้นที่สำรวจความแห้งแล้งในพื้นที่ ต.ชัยบุรี และ ต.ลำปำ อ.เมืองพัทลุงแล้ว เพื่อเร่งช่วยเหลือเกษตรกรชาวนาผู้ประสบภัยแล้งต่อไป.

cc : http://www.thairath.co.th/content/region/281891

แผ่นดินไหวปานกลางเขย่าชิลี 5.2 เพื่อนบ้านเปรูไหวด้วย 4.8


       เอเจนซีส์/ASTV ผู้จัดการออนไลน์ - สำนักงานสำรวจธรณีวิทยาแห่งชาติสหรัฐฯ (ยูเอสจีเอส) รายงานวันนี้ (7) ว่าเกิดแผ่นดินไหวขนาดปานกลางซึ่งสามารถวัดความรุนแรงได้ที่ระดับ 5.2 ใกล้กับเมืองโกเปียโป ทางตอนเหนือของชิลี ในทวีปอเมริกาใต้
       
       ข้อมูลของยูเอสจีเอสระบุว่า ศูนย์กลางของแผ่นดินไหวระดับ 5.2 ทางตอนเหนือของชิลีในครั้งนี้อยู่ลึกลงไปใต้ดิน 64.3 กิโลเมตร ห่างจากเมืองโกเปียโป เมืองเอกของจังหวัดโกเปียโป ในเขตอะตากามาของชิลี ไปทางตะวันตกเฉียงใต้ราว 52 กิโลเมตร และอยู่ห่างจากเมืองบาเญนาร์ เมืองเอกของจังหวัดอวสโกไปทางเหนือราว 86 กิโลเมตร
       
       เบื้องต้นยังไม่มีรายงานความเสียหายจากแผ่นดินไหวขนาดปานกลางในครั้ง นี้ แม้สื่อท้องถิ่นจะรายงานว่าแรงสั่นสะเทือนของแผ่นดินไหวสามารถรับรู้ได้ใน อาคารสูงหลายแห่งในกรุงซานติอาโก เมืองหลวงของประเทศที่อยู่ห่างจากศูนย์กลางแผ่นดินไหวกว่า 625 กิโลเมตร
       
       ขณะเดียวกันมีรายงานว่า หลังเกิดแผ่นดินไหวระดับ 5.2 ที่ชิลีไม่ถึง 1 ชั่วโมง ก็ได้เกิดแผ่นดินไหวขนาดย่อมซึ่งสามารถวัดความรุนแรงได้ที่ระดับ 4.8 ใกล้กับเมืองติงโก มาเรีย เมืองเอกของจังหวัดเลอ็อนซิโอ ปราโดทางตอนกลางของประเทศเปรู เพื่อนบ้านของชิลีเช่นกัน


Comments